ภาคเหนือ

 

     

 

 

            ภาคเหนือเป็นพื้นที่ซึ่งนับว่าเป็นย่านภูเขา  เป็นพื้นที่สูงส่วนใต้ของที่ราบสูงยูนนาน  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพื้นที่ ซึ่งลำน้ำสายใหญ่ ๓ สาย คือ  ลำน้ำสาละวิน ลำน้ำโขง และลำน้ำแยงซี ไหลมารวมอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ กว้างไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตร  เป็นพื้นที่ซึ่งลำน้ำสาละวิน และลำน้ำโขงได้ไหลแยกออกจากกัน  ทำให้มีพื้นที่อันเป็นแถบเทือกเขา มีเนื้อที่กว้างอยู่ในพิกัดเส้นแวง ๙๗ องศา ๒๒ ลิบดา กับ ๑๐๑ องศา ๒๒ ลิบดา ตะวันออก และเส้นรุ้ง ๒๐ องศา ๒๕ ลิบดา กับ ๑๗ องศา เหนือ  โดยมีทิวเขาแดนลาว กั้นรัฐฉานไว้ทางเหนือ ทิวเขาถนนธงชัย กั้นแคว้นกะเหรี่ยงของพม่าไว้ทางตะวันตก  ทิวเขาหลวงพระบาง กั้นประเทศลาวไว้ทางตะวันออก และทิวเขาพลึง กั้นภาคกลางของไทยไว้ทางใต้
            ภาคเหนือเป็นดินแดนผืนแรกที่ตั้งอาณาจักรไทย  เป็นแหล่งที่ชนพื้นเมืองทั้งสิ้นเป็นชนชาติไทย แม้ทิวเขาอันสลับซับซ้อนจะแบ่งแยกชนพื้นเมืองออกเป็นหลายพวก แต่ก็ยังเป็นปึกแผ่นอยู่ได้ด้วยวัฒนธรรม ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเดียวกันมาโดยตลอด
            ภาคเหนือเป็นย่านที่อยู่เกือบใจกลางคาบสมุทร อินโดจีน – แปซิฟิค  จึงอยู่ห่างจากทะเลมากพอสมควร คืออยู่ห่างจากอ่าวเบงกอล ประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร  ห่างจากอ่าวตังเกี๋ย ประมาณ ๔๕๐ กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอ่าวไทย ประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร  ฝั่งทะเลที่อยู่ใกล้ที่สุดคือ  อ่าวมะตะบัน ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ ๙๐ กิโลเมตร  โดยมีลำน้ำสาละวินเชื่อมต่อทางด้านตะวันตกของภาค
            ภาคเหนือนับว่าเป็นศูนย์กลางการคมนาคมติดต่อ ระหว่างดินแดนอันเป็นถิ่นฐานของชนเผ่าไทย ซึ่งตั้งอยู่โดยรอบทุกทิศทาง เช่น ชนเผ่าไทยในมณฑลยูนนาน ในดินแดนสิบสองปันนา ในลาว ในตังเกี๋ย
สภาพทางธรณีวิทยา
            ภาคเหนือตั้งอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ ๒๕๐ – ๔๐๐ เมตร พื้นที่ทางแถบตะวันตกสูงกว่าแถบตะวันออก พื้นที่ส่วนใหญ่ลาดเอียงลงมาทางทิศใต้ ยกเว้นแถบเหนือสุด คือจังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่  ที่มีพื้นที่ลาดลงไปทางด้านทิศเหนือ
            โครงสร้างอย่างหยาบ ๆ ของภาคเหนือประกอบด้วยแนวรอยพับย่นของแผ่นดิน ซึ่งมีทิศทางในแนว เหนือ – ใต้ หลายแนวขนานกัน  ในตอนเหนือสุดของแนวรอยพับย่นเหล่านี้บางส่วนมีทิศทางในแนวตะวันตก ไปตะวันออก
     ภูเขา

 

 

            จากโครงสร้างของพื้นที่ ซึ่งมีรอยพับย่นของแผ่นดินอยู่ทั่วไป ภาคเหนือจึงเป็นพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาเกือบทั้งภาค  ภูเขาเหล่านี้มีแนวทอดยาวจากเหนือลงมาใต้  และมีบ้างเป็นบางแห่งที่เป็นแนว จากตะวันตกไปตะวันออก  ทิวเขาดังกล่าวเหล่านี้พอจะแบ่งออกได้เป็น ๖ ทิวด้วยกัน คือ
         ทิวเขาแดนลาว  อยู่ตอนเหนือสุด จากชื่อของภูเขา สันนิษฐานว่า เดิมคงจะเป็นทิวเขาที่เป็นพรมแดนระหว่างละว้ากับไทย เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๑๔๐๐
            ทิวเขาแดนลาว เป็นทิวเขาเหนือสุดของประเทศไทย เป็นทิวเขาใหญ่ มีทิศทางส่วนใหญ่ทอดตัวจากด้านทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  มีพื้นที่แผ่ไปทางเหนือในรัฐฉาน และทางใต้ในดินแดนไทย อาการแผ่ของทิวเขานี้มีลักษณะเป็นแนวแขนงหลายแนว  มีทิศทางจากเหนือลงใต้  ทิวเขานี้ใช้แนวสันเขาเป็นเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับรัฐฉานของพม่า  เริ่มจากลำน้ำแม่สายในเขตจังหวัดเชียงราย เป็นทิวทอดตัวไปทางตะวันตก ตามเขตจังหวัดเชียงใหม่  แล้ววกลงทางใต้ ตามเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปสุดที่ลำน้ำปายซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตกับทิวเขาถนนธงชัย
            สันเขาที่กั้นเขตแดนทางเหนือ แบ่งน้ำด้านทิศเหนือลงสู่ลำน้ำโขง  และด้านทิศใต้ลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่วนสันเขาส่วนที่วกลงมาทางใต้ จะแบ่งน้ำทางด้านตะวันออกลงลำน้ำปาย และทางด้านตะวันตกลงลำน้ำสาละวิน
            ทิวเขานี้มีช่องเขาที่เคยใช้เป็นทางเดินทัพในสมัยโบราณ  สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยยกทัพไปทำสงครามกับพม่า และไปสวรรคตที่เมืองห้างหลวงในรัฐเมืองพาน และในสงครามมหาเอเซียบูรพา กองพลที่ ๒ ก็ได้เดินทัพรุกออกไปทางช่องทางนี้
            ทิวเขานี้ประกอบด้วยยอดเขาต่าง ๆ อยู่เป็นจำนวนมากที่สำคัญพอประมวลได้ดังนี้
                 ดอยตุง  สูง ๑๙๒๘ เมตร   อยู่ในเขตอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
                 ดอยสามเส้า  สูง ๑๖๗๓ เมตร   อยู่ในเขตอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
                 ดอยช้าง  สูง ๑๗๙๕  เมตร  อยู่ในเขตอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
                 ดอยผ้าห่มปก  สูง ๒๒๙๗  เมตร  อยู่ในเขาอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
                 ดอยเชียงดาว  สูง ๒๑๘๕  เมตร   อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

 


        
 ทิวเขาถนนธงชัย  เป็นเทือกเขาที่ติดต่อจากเทือกเขาแดนลาวลงมาทางใต้ โดยนับเริ่มจากฝั่งทิศใต้ของลำน้ำปาย ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแนวลงมาทางใต้ และสิ้นสุดลงที่ช่องเจดีย์สามองค์  ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี เป็นทิวเขาที่มีอาณาบริเวณหลายหมื่นตารางกิโลเมตร ซึ่งนับว่ามากที่สุดในประเทศไทย มีความยาวประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร นับจากลำน้ำปายลงมาถึงช่องเจดีย์สามองค์ และมีส่วนกว้างประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร เป็นแนวขนานกับทิวเขาแดนลาวจนตลอดลำน้ำปาย  จากบริเวณนี้ทิวเขาจะแยกออกจากกันเป็นสามแขนง ทอดตัวขนานลงมาทางใต้ คั่นด้วยหุบเขาแคบ ๆ ดังนี้
         ทิวเขาดอยมอนกุจู  เป็นพรมแดนด้านตะวันตกของประเทศไทย และได้แผ่ออกไปจนจรดลำน้ำสาละวิน มีแนวทางทอดลงมาทางใต้ในระหว่างลำน้ำสาละวิน และลำน้ำยวม
         ทิวเขาดอยปางเกี๊ยะ เป็นแนวตอนกลางอยู่ระหว่างลำน้ำแม่แจ่ม กับลำน้ำแม่ปิง ทางตะวันออกของลำน้ำแม่ยวม และลำน้ำเมยทางทิศตะวันตก เป็นแนวแบ่งเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดเชียงใหม่ มีความยาวจากลำน้ำปาย ถึงช่องเจดีย์สามองค์ และมีความกว้างจากลำน้ำเมยจนจดลำน้ำปิง  มีบางส่วนข้ามลำน้ำปิงไปทางตะวันออก จึนถึงลำน้ำแม่ลี้  ซึ่งทำให้ลำน้ำปิงตอนนี้ คือจากอำเภอฮอด ถึงอำเภอสามเงา เป็นโกรกเขา และเกาะแก่งโดยตลอด
         ทิวเขาดอยอินทนนท์  แผ่กระจายอยู่ในพื้นที่ด้านตะวันตกของ อำเภอเมืองเชียงใหม่  อันได้แก่ดอยสุเทพจนจดลำน้ำแม่แจ่ม ในเขตอำเภอแม่แจ่ม เป็นแนวยาวจากดอย ปะคา ต้นลำน้ำปายจนถึงลำน้ำแม่แจ่ม
            หุบเขาในทิวเขานี้เป็นเขาแคบ ๆ ลำน้ำไหลอยู่ในโกรกเขา เช่น ลำน้ำเมย ลำน้ำแม่แจ่ม และลำน้ำปาย

            ยอดเขาที่สูง และมีชื่อเป็นที่รู้จักกันดีในทิวเขาถนนธงชัยได้แก่  ดอยอินทนน หรือดอยอ่างกา สูง ๒,๕๗๖ เมตร  เป็นยอดเขาสูงสุดในประเทศไทย อยู่ในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่  ดอยสุเทพ สูง ๑,๖๗๖ เมตร  อยู่ทางตะวันตกของตัวเมืองเชียงใหม่  ดอยกิ่วลม สูง ๑,๗๘๐ เมตร อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือในเขตอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ดอยปางเกี๊ยะ สูง ๑,๒๐๔ เมตร  อยู่ทางด้านตะวันออกในเขตอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน


         ทิวเขาขุนตาล  เริ่มต้นจากบริเวณตะวันออกของอำเภอฝาง ในแนวของลำน้ำแม่ท่าช้าง ซึ่งเป็นช่วงที่เชื่อมกับดอยช้างในทิวเขาแดนลาว  จากบริเวณนี้ทิวเขาเริ่มมีทิศทางตรงลงมาทางทิศใต้ เชื่อมต่อกับทิวเขาผีปันน้ำ บริเวณดอยผาจ้อ แล้วต่อลงมาทางใต้ ผ่านอุโมงค์ขุนตาลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของจังหวัดลำปาง ขนานกับทิวเขาถนนธงชัย ตอนใต้สุดของทิวเขาไปเชื่อมต่อกับส่วนของทิวเขาถนนธงชัย ซึ่งข้ามลำน้ำแม่ปิงไปทางทิศตะวันออกในแนวลำน้ำแม่ลี้  ทำให้เกิดที่ราบสูงเชียงใหม่ขึ้นทางด้านตะวันตก และที่ราบสูงลำปางทางด้านทิศตะวันออก
            ทิวเขาขุนตาล มีความกว้าง ระหว่าง ๓๐ – ๖๐ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร ตอนแคบที่สุดของทิวเขาอยู่บริเวณอุโมงค์ขุนตาล และที่บริเวณรอยต่อระหว่างดอยขุนตาล กับดอยพับผ้า ตอนเหนือของอำเภอพร้าว มีแขนงแยกไปทางทิศตะวันตก และขนานลงมาทางใต้จนถึงทางเหนือของ อำเภอดอยสะเก็ด             ยอดเขาที่สูงที่สูงและมีชื่อเป็นที่รู้จักกันดีในทิวเขาขุนตาล ได้แก่  ดอยผีปันน้ำ หรือดอยนางแก้ว สูง
๑,๘๔๓ เมตร อยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่กวง แควของลำน้ำแม่งัด ซึ่งเป็นสาขาของลำน้ำแม่ปิง  ดอยผาจ้อ สูง ๒,๐๑๒ เมตร อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อำเภอดอยสะเก็ด  เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่สรวย  ซึ่งเป็นสาขาของลำน้ำวัง  ดอยสะเก็ด หรือดอยขุนออน สูง ๑,๘๑๖ เมตร อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของอำเภอดอยสะเก็ด  เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่ออน ซึ่งเป็นสาขาของลำน้ำปิง  ดอยขุนตาล สูง ๑,๓๔๘ เมตร อยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอแม่ทา
         ทิวเขาผีปันน้ำ  เป็นทิวเขาหินแกรนิต เริ่มต้นจาก ดอยผาจ้อในทิวเขาขุนตาล แล้วแยกคดโค้งมีทิศทางโดยรวมในแนวทิศตะวันตก – ตะวันออก แบ่งน้ำลงทางซีกเขาทั้งด้านเหนือและด้านใต้  ทิวเขาเริ่มตั้งแต่ตอนต้นลำน้ำแม่ลาว ทอดตัวไปทางด้านทิศตะวันออกเล็กน้อย แล้ววกกลับขึ้นไปทางเหนือ ถึงอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย แล้วหักกลับลงมาทางใต้ ผ่านกิ่วมันหมูมุ่งลงใต้จนถึงดอยหลวง อำเภอเมืองลำปาง ตรงกิ่วมันหมู ทิวเขาจะแยกออกไปทางทิศตะวันออก จนถึงทางเหนือของ อำเภองาว จังหวัดลำปาง  มีช่องทางแคบ ๆ อยู่ตอนย่านกลางคือ  ช่องประตูผา บริเวณทิศเหนือของอำเภองาว มีทิวเขาดอยขุนยม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาผีปันน้ำ ซึ่งเริ่มต้นจากตอนใต้ของลำน้ำโขง เป็นสองแนวขนานทั้งฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออกของลำน้ำยม แล้วต่อลงไปทางใต้ ส่วนทางฝั่งตะวันตกจะไปจดกับทิวเขาพลึงที่ช่องผาคอ และส่วนตะวันออก จะไปจดที่ช่องทางถนนสายแพร่ – น่าน ทางทิศตะวันออกของอำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่
            ทิวเขาผีปันน้ำมีความกว้าง ๓๐ – ๗๐ กิโลเมตร ความยาวประมาณ ๔๐๐ กิโลเมตร  ปันน้ำลงลำน้ำโขงอันประกอบด้วย ลำน้ำแม่ลาว ลำน้ำแม่อิง และลงสู่ลำน้ำยม และลำน้ำน่าน  เป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัด น่าน กับ จังหวัดเชียงราย  จังหวัดเชียงราย กับ จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำปาง กับ จังหวัดแพร่
            ยอดเขาที่สูง และมีชื่อเป็นที่รู้จักกันดีได้แก่  ดอยหลวงแม่ขุน สูง ๑,๓๓๔ เมตร  ดอยห้วงมง สูง ๑,๐๒๘ เมตร  ดอยปุย สูง ๙๕๗ เมตร  ดอยขุนยม สูง ๑,๗๔๐ เมตร  และดอยขุนยวม สูง ๑,๗๐๖ เมตร
         ทิวเขาหลวงพระบาง  เป็นทิวเขาหินแกรนิต เริ่มจากบริเวณลำน้ำโขงทางเหนือ ทอดตัวเป็นแนวมาทางใต้ จนถึงตะวันตกของ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย  และทางเหนืออำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อมต่อกับทิวเขาเพชรบูรณ์ในภาคกลาง  มีอาณาบริเวณกว้างขวาง อยู่ระหว่างลำน้ำน่าน และลำน้ำโขง กว้างประมาณ ๕๐ – ๑๐๐ กิโลเมตร  ยาวประมาณ ๒๕๐ กิโลเมตร  ทางแถบตอนเหนือของทิวเขานี้ เป็นตอนที่บังคับให้ลำน้ำโขง ไหลวกไปทางตะวันออก เข้าไปในประเทศลาว
            ยอดเขาที่สูงและมีชื่อเป็นที่รู้จักกันดีได้แก่  ภูหวายซ่อมใหญ่ สูง ๑,๘๐๑ เมตร อยู่ทางเหนือสุด มีลำน้ำโขงล้อมอยู่สามด้าน  ดอยน้ำหงส์ สูง ๑,๔๗๘ เมตร  ภูสามเส้า สูง ๒,๐๖๑ เมตร  ภูหลวงพระบาง สูง ๒,๐๕๙ เมตร  อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำวา ซึ่งเป็นสาขาของลำน้ำน่าน  ภูยี สูง ๑,๖๓๐ เมตร  อยู่ทางทิศตะวันตกของ อำเภอสา จังหวัดน่าน  ภูหลักหมื่น สูง ๑,๔๗๘ เมตร อยู่ริมลำน้ำน่าน  ทางทิศตะวันออกของอำเภอนาน้อย  ภูเมี่ยง สูง ๒,๓๐๐ เมตร อยู่ในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์
            ทิวเขาหลวงพระบาง เป็นทิวแบ่งแคว้นมาแต่สมัยโบราณ  ปัจจุบันใช้เป็นพรมแดนระหว่างไทยกับลาวในภาคเหนือ


         ทิวเขาพลึง  เป็นทิวเขาที่อยู่ทางตอนใต้สุดของภาคเหนือ ซึ่งเริ่มต้นจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งต่อเนื่องกับทิวเขาหลวงพระบาง ในบริเวณทิศตะวันตกของภูหลักหมื่น โดยมีแนวลำน้ำน่านเป็นเส้นแบ่งเขตทางเหนือ ต่อเนื่องกับทิวเขาผีปันน้ำ (ดอยขุนยม) ทางบริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่  มีรอยต่อตามแนวช่องทางถนนสายแพร่ – น่าน
            ทิวเขาพลึงมีทิศทางนับจาก อำเภอนาน้อย ทอดตัวลงมาทางทิศตะวันตกตามแนวเส้นแบ่งเขตของภาคจนถึงดอยลาน  ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดตาก มีความยาวประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร  มีความกว้างประมาณ ๕๐ – ๙๐ กิโลเมตร  ทิวเขานี้อาจแบ่งออกได้เป็นสองตอน คือตอนเหนือเป็นพื้นที่ระหว่างลำน้ำยม และลำน้ำน่าน ตอนใต้เป็นพื้นที่ระหว่างลำน้ำยม กับลำน้ำวัง  ทางตอนใต้มีแนวภูเขาแยกขึ้นไปทางเหนือไปเชื่อมต่อกับ ทิวเขาผีปันน้ำที่ช่องผาคอ
            ยอดเขาสูงที่มีชื่อเป็นที่รู้จักกันดีคือ  ดอยผาสั่ง สูง ๑,๐๘๕ เมตร  เขาพญาปอ สูง ๑,๔๗๗ เมตร

ลักษณะภูมิประเทศ
            ลักษณะภูมิประเทศของไทย แบ่งออกได้เป็น ๔ ลักษณะคือ

    พื้นที่ราบอันกว้างใหญ่ภาคกลาง  แบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือที่ราบดินตะกอน  และที่ราบซึ่งเกือบไม่มีดินตะกอนเลย
         ที่ราบใหญ่ภาคกลาง  มีขนาดกว้าง ประมาณ ๕๐ – ๑๕๐ กิโลเมตร  ยาวประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร แบ่งออกได้เป็น ๕ ตอนด้วยกันคือ
            ตอนบน  เป็นพื้นที่ราบ ซึ่งมีลักษณะเป็นลุ่มแอ่งน้อย ๆ ตั้งอยู่ในระหว่างย่านภูเขาทางเหนือ มีทิวเขาถนนธงชัยอยู่ทางด้านทิศตะวันตก และทิวเขาเพชรบูรณ์อยู่ทางด้านทิศตะวันออก  พื้นที่ตอนกลางระหว่างทิวเขาทั้งสองเป็นที่ลุ่ม มีระดับสูงประมาณ ๓ – ๔ เมตร จากระดับน้ำทะเล  แต่ทางตอนใต้บริเวณ จังหวัดชัยนาท เป็นที่ค่อนข้างดอน มีความสูงประมาณ ๑๘ เมตร จากระดับน้ำทะเล
            ตอนล่าง  เป็นพื้นที่ราบ ซึ่งมีความลาดจาก จังหวัดชัยนาทลงไปทางใต้ ลงสู่ทะเลที่อ่าวไทยพื้นที่ต่ำสุดอยู่ตอนกลาง ซึ่งเป็นรางของลำน้ำ พื้นที่ทางด้านทิศตะวันออก และทิศตะวันตก จะมีความลาดลงมาน้อย ๆ จากแนวทิวเขา มีระดับสูง ๑๘ เมตร ที่ชัยนาท ๔ เมตรที่อยุธยา และ ๑.๘ เมตรที่กรุงเทพ ฯ
         ที่ราบลุ่มแม่น้ำป่าสัก  เป็นที่ราบแคบ ๆ ในภาคกลาง คั่นอยู่ระหว่างที่ราบใหญ่ภาคกลาง กับที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  เป็นที่ราบแคบ ๆ และยาวอยู่ระหว่างหุบเขาของทิวเขาเพชรบูรณ์ กับทิวเขาเลย
         ที่ราบภาคตะวันออก  เป็นที่ราบซึ่งคั่นระหว่างภาคกลางของไทยกับประเทศเขมร แบ่งออกได้เป็น ๒ ส่วนคือ
            ตอนบน  คือที่ราบปราจีนบุรี เป็นที่ราบลุ่มน้ำบางปะกง มีลักษณะเป็นชานของที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  จึงค่อนข้างจะเป็นที่ดอนเล็กน้อย  อยู่ระหว่างทิวเขาสันกำแพง ทิวเขาพนมดงรัก กับทิวเขาบรรทัด  ตอนแคบที่สุดกว้างประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ที่ช่องวัฒนา
            ตอนล่าง  เป็นที่ราบชายฝั่งทะเลตะวันออก เป็นที่ราบแคบ ๆ อยู่ระหว่างทิวเขาบรรทัดกับฝั่งทะเล  เป็นที่ราบที่ลาดลงสู่ฝั่งทะเล ในเขตสี่จังหวัด คือ ชลบุรี จันทบุรี ระยอง และตราด
         ที่ราบลุ่มน้ำแม่กลอง และแม่น้ำเพชรบุรี  เป็นที่ราบทางตะวันตกเฉียงใต้ของภาคกลาง  ทางด้านทิศตะวันตกมีภูเขาตะนาวศรี ทางด้านทิศตะวันออก ตอนจังหวัดนครปฐมถึงอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเนินกับระหว่างที่ราบใหญ่ภาคกลางกับที่ราบลุ่มแม่กลอง

    ที่ราบในย่านภูเขาภาคเหนือ  ประกอบด้วยที่ราบหลายผืน  เป็นที่ราบระหว่างทิวเขา ทำให้มีพื้นที่ไม่ติดต่อถึงกัน ที่สำคัญได้แก่
            ที่ราบเชียงใหม่  มีความสูงประมาณ ๓๐๐ เมตร
            ที่ราบเชียงราย  มีความสูงประมาณ ๔๐๐ เมตร
            ที่ราบแพร่  มีความสูงประมาณ ๒๐๐ เมตร
            ที่ราบน่าน  มีความสูงประมาณ ๒๐๐ เมตร

    ที่ราบสูงตะวันออกเฉียงเหนือ  มีความสูง ประมาณ ๒๐๐ – ๓๐๐ เมตร อยู่ในวงล้อมของทิวเขาเป็นที่ราบอันกว้างใหญ่อีกผืนหนึ่ง  มีพื้นที่ประมาณ ๑๕๔,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร  แบ่งออกได้เป็นสองตอนคือ
            ตอนบน  ได้แก่พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง
            ตอนล่าง  ได้แก่พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำมูล

    ที่ราบภาคใต้  ภาคใต้อยู่บนแหลมแคบ ๆ ที่มีความกว้างที่สุดไม่เกิน ๒๐๐ กิโลเมตร และส่วนที่แคบที่สุด ประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ตอนกลางของแหลมเป็นทิวเขาโดยตลอด จึงมีที่ราบชายฝั่งทะเลผืนแคบ ๆ เป็นตอน ๆ ไม่ติดต่อกัน ที่สำคัญ ได้แก่
          ที่ราบบ้านดอน
          ที่ราบพัทลุง
          ที่ราบตานี
            นอกจากนี้ก็เป็นที่ราบแคบ ๆ ริมฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย และด้านทะเลอันดามัน
      ภูเขาและทิวเขา ลักษณะของทิวเขาเกือบจะขนานกัน ส่วนใหญ่มีแนวจากทิศเหนือลงใต้แบบเดียวกันทุกภาค  ภูเขาในประเทศไทยมีอยู่ไม่หนาแน่นมากนัก ที่มีทิศทางขวางก็มีอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก
          ภูเขาหิน  มีอยู่ทั่วไป มีลักษณะติดต่อกันเป็นทิวใหญ่ เช่นทิวเขาถนนธงชัย ทิวเขาตะนาวศรี ภูเขาหินแบ่งออกเป็นสองชนิดคือ ชนิดหินแกรนิต เป็นหินแข็งแกร่ง มักมีลักษณะยอดไม่ใคร่แหลมชลูด มีลาดไม่ชันนัก มีน้ำอยู่ทั่วไปจึงมีป่าไม้ขนาดสูงขึ้นปกคลุม ทิวเขาชนิดนี้มีอยู่ในภาคเหนือและภาคใต้เป็นส่วนมาก  ส่วนภูเขาชนิดหินปูน เป็นหินที่ไม่เหนียวและไม่แกร่ง จึงมักถูกธรรมชาติกัดเซาะจนมีลักษณะเป็นยอดแหลมสูง มีผาชัน หาน้ำได้ยาก  จึงมีแต่ป่าไม้เล็ก ๆ ขึ้นปกคลุม หรือบางส่วนก็จะไม่มีต้นไม้เลย  บริเวณเชิงเขามักมีเนินดินสีเทา ๆ อันเกิดจากหินปูนที่แตกสลายลงมา มีลักษณะร่วนซุยเมื่อถูกฝนจะกลายเป็นเปือกตม  เขาหินปูนส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง และภาคใต้ตอนบนเช่น เขาในเขตจังหวัดลพบุรี สระบุรี ราชบุรี เพชรบุรี (เขาหลวง) และประจวบคีรีขันธ์ (เขาสามร้อยยอด)
           ภูเขาดิน  ประกอบด้วยดินร่วน หรือหินลูกรังปนกับหินก้อนขนาดย่อม เป็นภูเขาสูงปานกลาง ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเนินเตี้ย  ที่ทางภาคใต้เรียกว่า ควน ลาดเขามีลักษณะเป็นลาดโค้งบนเชิงเขา  โดยรอบมักเป็นพื้นราบกว้างขวาง เช่น บริเวณตอนใต้ของเขาสามมุข จังหวัดชลบุรี  หรือในภาคใต้ตั้งแต่สถานีรถไฟมาบอัมฤทธิ์ถึงสถานีห้วยสัก เป็นต้น
            ภูเขาไฟ  ภูเขาไฟในประเทศไทย เป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทมานานแล้ว  เช่นที่ภูเขาหลวง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งปรากฎมียอดเป็นปากปล่องภูเขาไฟและมีหินตะกรันอยู่โดยรอบ  ในที่ราบสูงภาคอิสานเป็นพื้นที่ภายในปากปล่องภูเขาไฟใหญ่ในอดีตซึ่งดับไปแล้ว  และก่อให้เกิดที่ราบสูงอันกว้างใหญ่ขึ้นมาแทน
            ภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ และอยู่ใกล้ประเทศไทยเท่าที่สำรวจพบมีอยู่ ๒ แห่งคือ ภูเขาไฟโป๊ป่าในพม่า และภูเขาไฟใหญ่กับภูเขาไฟน้อยในล้านช้าง มีความสูงประมาณ ๖๕ เมตร ปากปล่องเป็นรูปไข่กว้างประมาณ ๘๐ เมตร ยาวประมาณ ๒๐๐ เมตร

    พื้นที่ย่านภูเขา  คือบริเวณที่มีทิวเขาอยู่เป็นจำนวนมาก  เป็นพื้นที่ต่อเนื่องมาจากที่ราบสูงยูนานทางด้านทิศเหนือ ทิวเขาส่วนมากมีทิศทางจากเหนือทอดลงมาทางใต้  ทิวเขาเหล่านี้ก่อให้เกิดพื้นที่ราบระหว่างหุบเขา ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง เป็นช่วง ๆ มีลักษณะพื้นที่ต่างกับพื้นที่แถบอื่น ๆ  และมีที่ตั้งอยู่ลำพังทางส่วนเหนือสุดของประเทศไทย ทิวเขาที่สำคัญได้แก่
         ทิวเขาแถบตะวันตกของประไทย  เป็นทิวเขาต่อจากชายตะวันตกของภาคเหนือ ต่อเนื่องลงไปทางใต้จนถึงภาคใต้ตลอดผืนแผ่นดินที่เป็นแหลม  ทิวเขาที่สำคัญได้แก่  ทิวเขาถนนธงชัย และทิวเขาตะนาวศรี  ซึ่งเชื่อมต่อกันเป็นปมที่บริเวณชายแดนด้านตะวันตกของจังหวัดกาญจนบุรี มีลักษณะเป็นย่านภูเขาน้อย ๆ แผ่อาณาบริเวณเข้าไปในประเทศพม่า และเข้ามาในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่
          ทิวเขาตอนใจกลางของประเทศ  ได้แก่ทิวเขาซึ่งเป็นเทือกเดียวกับ ทิวเขาทางด้านทิศตะวันออกของภาคเหนือของไทย  มีแนวทอดลงมาทางทิศใต้  ขนานกับอีกทิวเขาหนึ่งทางด้านทิศตะวันออก  พื้นที่ระหว่างทิวเขาทั้งสองนี้เป็นหุบเขาแคบ ๆ อยู่ตอนใจกลางของประเทศ ได้แก่ที่ราบสูงเพชรบูรณ์
          ทิวเขาบนที่ราบสูงตะวันออกเฉียงเหนือ  ประกอบด้วยทิวเขาหลายทิว ซึ่งกั้นเป็นขอบของที่ราบสูงแห่งนี้ มีแนวทิศทางการทอดตัวอยู่สองแนวคือ ทางด้านตะวันตกแนวหนึ่ง กับทางด้านใต้อีกแนวหนึ่ง ทิวเขาดังกล่าวนี้จะกันเอาที่ราบสูงออกไปต่างหากจากที่ราบภาคกลาง  เป็นทิวเขาที่สูงใหญ่พอสมควร ถ้าดูจากที่ราบภาคกลาง  แต่ถ้าดูจากที่ราบสูงแล้วจะเห็นเป็นทิวเขาเตี้ย ๆ เท่านั้น
          ทิวเขาแถบฝั่งทะเลด้านตะวันออกของอ่าวไทย  เป็นทิวเขาที่มีแนวเกือบขนานกับฝั่งทะเล  เมื่อทิวเขาออกพ้นเขตแดนไทยเข้าไปในกัมพูชา เป็นทิวเขาที่เก่าแก่ทิวเขาหนึ่ง
ทางน้ำ
            เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในย่านมรสุม มีฝนตกชุกในฤดูฝนที่ค่อนข้างยาวนานถึง ๖ เดือน โดยเฉลี่ยจึงก่อให้เกิดลำน้ำมากมาย  แต่ลำน้ำที่สำคัญและมีประโยชน์มีอยู่ไม่มากนัก  ลำน้ำโดยทั่วไปจะเป็นลำน้ำสายสั้น ๆ มีน้ำเฉพาะในฤดูฝน  เมื่อแบ่งลำน้ำออกเป็นพวก ๆ ตามลักษณะของพื้นที่และตามกำเนิดของลำน้ำพอจะแบ่งออกได้เป็นสี่กลุ่ม ดังนี้

    ลำน้ำในภาคเหนือ  นอกจากลำน้ำใหญ่สองสายคือ ลำน้ำสาละวิน ซึ่งไหลผ่านชายแดนด้านตะวันตก และลำน้ำโขง ซึ่งไหลผ่านชายแดนด้านตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว  ลำน้ำในภาคเหนือมีอยู่หลายสาย และมีต้นน้ำที่เกิดจากพื้นที่ย่านภูเขาในภาคเหนือเอง แทบทั้งสิ้น ได้แก่
          สาขาของลำน้ำสาละวิน  ได้แก่ ลำน้ำปาย เกิดจากเทือกเขาถนนธงชัย และเทือกเขาแดนลาวไหลผ่าน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงสู่แม่น้ำสาละวิน ลำน้ำเมย เกิดจากเทือกเขาถนนธงชัย ไหลไปตามซอกเขาที่กั้นเขตแดนไทยกับพม่า  ลงสู่แม่น้ำสาละวิน  ลำน้ำยวม เกิดจากทิวเขาถนนธงชัย ผ่านอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน แล้วไปบรรจบกับลำน้ำเมย  ลำน้ำสาละวิน เกิดจากบริเวณประเทศธิเบต ไหลผ่านประเทศไทย ตามแนวเส้นกั้นเขตแดนไทยกับพม่า ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน  แล้วไหลผ่านพม่าไปลงอ่าวเมาะตะมะ
          สาขาของแม่น้ำโขง ได้แก่ ลำน้ำแม่กก เกิดจากภูเขาในรัฐฉาน ไหลผ่านเมืองสาด เข้าเขตไทยในจังหวัดเชียงราย  แล้วไหลไปบรรจบลำน้ำโขงในเขต อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย  ลำน้ำฝาง เกิดจากทิวเขาแดนลาวและทิวเขาผีปันน้ำ ไหลไปบรรจบแม่น้ำกก ในเขตตำบลปางเดิม  ลำน้ำแม่สาย  เกิดจากทิวเขาในรัฐฉาน เป็นแนวเขตแดนระหว่างไทยกับรัฐฉาน  แล้วไหลไปบรรจบลำน้ำรวกที่สบสาย  ลำน้ำรวก  เกิดจากทิวเขาในรัฐฉาน ไหลไปบรรจบลำน้ำโขงที่สบรวก  ลำน้ำแม่จัน เกิดจากดอยสามเส้าในทิวเขาผีปันน้ำ ไหลไปบรรจบลำน้ำโขง ในเขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย  ลำน้ำแม่อิง เกิดจากทิวเขาผีปันน้ำ ในเขตจังหวัดเชียงราย ไหลไปบรรจบลำน้ำโขง ในเขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย  ลำน้ำโขง มีต้นน้ำอยู่ในธิเบตไหลผ่านไทยทางภาคเหนือ ในเขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย  และไหลผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเส้นเขตแดนไทยกับลาวโดยตลอดตั้งแต่ อำเภอเชียงคานจังหวัดเลย ไปจนถึงอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี แล้วไหลผ่านประเทศลาว กัมพูชา เวียตนาม ลงสู่ทะเลจีน ในเวียตนาม
          สาขาของลำน้ำเจ้าพระยา  ได้แก่ ลำน้ำปิง ยาวประมาณ ๗๗๕ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขาแดนลาว ไหลเลาะไปตามทิวเขาถนนธงชัยผ่านจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร ไปบรรจบกับสาขาอื่นของลำน้ำเจ้าพระยา ในเขตตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง ฯ จังหวัดนครสวรรค์  ลำน้ำวัง ยาวประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขาผีปันน้ำ และเทือกเขาขุนตาล ในเขตจังหวัดลำปาง ไหลผ่านจังหวัดกำแพงเพชร ไปบรรจบลำน้ำปิง ในเขตอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก  ลำน้ำยม ยาวประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร เกิดจากทิวเขาผีปันน้ำ ไหลผ่านจังหวัดสุโขทัย ไปบรรจบลำน้ำน่าน ในเขตอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์  ลำน้ำน่าน ยาวประมาณ ๖๐๐ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขาหลวงพระบาง ไหลขนานกับลำน้ำยมลมาทางใต้ ผ่านจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร แล้วไหลไปบรรจบกับสาขาอื่นของลำน้ำเจ้าพระยา ในเขตตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง ฯ จังหวัดนครสวรรค์

  ทรัพยากรธรรมชาติภาคเหนือ

1. ทรัพยากรดิน จะมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงต่ำ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่สูง มีความลาดชันมาก และมีการตัดไม้ทำลายป่า จึงก่อให้เกิดการชะล้างและพังทลายหน้าดินได้ง่าย ดินที่พบตามลุ่มแม่น้ำต่าง ๆ คือ ดินอัลลูเวียนเหมาะในการทำนา และดินลานตะพักลำน้ำ เหมาะในการปลูกพืชไร่

2. ทรัพยากรน้ำ แม่น้ำในภาคเหนือเป็นแม่น้ำสายสั้น ๆ ประกอบด้วยหลายสาย และมีทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของภาคคือ กว๊านพะเยา และมีการสร้างเขื่อนเพื่อการชลประทานขนาดเล็กจำนวนมาก และใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า เช่น เขื่อนสิริกิตต์ กั้นแม่น้ำน่าน อยู่ในจังหวัดอุตรดิตถ์ เขื่อนกิ่วลม กั้นแม่น้ำวัง อยู่ในจังหวัดลำปาง เขื่อนแก่งเสือเต้น อยู่จังหวัดแพร่ และ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อยู่จังหวัด เชียงใหม่

3. ทรัพยากรป่าไม้ ภาคเหนือเป็นภาคที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์มากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา ป่าสนเขา และป่าเบญจพรรณ จังหวัดที่มีเนื้อที่ป่าไม้มากที่สุดคือ เชียงใหม่ ส่วนจังหวัดที่มีเนื้อที่ป่าไม้น้อยที่สุดคือ ลำพูน

4. ทรัพยากรแร่  ธาตุ  แร่ธาตุที่สำคัญของภาคเหนือมีหลายชนิด เนื่องจากโครงสร้างของหินเป็นหินยุคเก่า แร่ธาตุที่สำคัญ ได้แก่ – แร่ดีบุก พบมากที่จังหวัดเชียงใหม่ – แร่ทังสเตนหรือวุลแฟรม พบมากที่จังหวัดเชียงราย – แร่แมงกานีส พบมากที่จังหวัดลำพูน เชียงราย เชียงใหม่ – แร่ฟลูออไรต์ พบมากที่ลำพูน – ดินขาว พบมากที่จังหวัดลำปาง – แร่รัตนชาติ พบมากที่จังหวัดแพร่ – ปิโตรเลียม พบมากที่เชียงใหม่ – หินน้ำมัน พบมากที่ลำพูน – ถ่านหิน พบมากที่ลำปาง ลำพูน ประชากรในภาคเหนือ ประชากรในภาคเหนือมีมากเป็นอันดับ 4 รองจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ จังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดคือ เชียงใหม่ จังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ความหนาแน่นของประชากรมากที่สุดคือ จังหวัดลำพูน และมีประชากรเบาบางที่สุด คือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ชาวไทยภูเขาในภาคเหนือประกอบด้วยเผ่าต่าง ๆ ได้แก่ กระเหรียง ซึ่งมีมากที่สุด ม้ง ลีซอ มูเซอร์ และเย้า
    ทรัพยากรทางสังคม

  1. สภาพทางภูมิศาสตร์ ภาคเหนือประกอบด้วย พื้นที่ 8 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอน ภาคเหนือมีพื้นที่ประมาณ 170,000 ตารางกิโลเมตร นับเป็นพื้นที่ร้อยละ 18.25 ของพื้นที่ทั้งประเทศ เป็นภาคที่มีภูเขา และเทือกเขาสูง แต่อยู่นอกเขตภูเขาไฟ มีที่ราบแคบๆ ระหว่างภูเขา มีที่ราบเป็นแอ่ง เช่น ที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน อย่างไรก็ดี ในด้านการจัดแบ่งเขตการปกครอง ถือว่าภาคเหนือรวมถึงจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร สุโขทัย และตาก โดยนับตั้งแต่เหนือนครสวรรค์ขึ้นไป แต่กลุ่มที่เป็นภาคเหนือตอนล่างนี้ จะมีลักษณะทางวัฒนธรรมที่แตกต่างจากภาคเหนือตอนบนลักษณะทางวัฒนธรรมที่เกิดจากสภาพภูมิศาสตร์ อาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่อยู่ตามหุบเขา ในที่ราบต่ำ ต้องมาร่วมมือกันในการจัดการกับแหล่งน้ำที่ต้องอาศัยในการเพาะปลูกร่วมกัน ระบบปันน้ำ ระบบการร่วมแรงร่วมใจกันทำเหมืองฝายจึงเกิดขึ้นเพื่อให้แจกจ่ายน้ำทั่วถึง กัน การทำเหมืองฝาย หมายถึง ทุกคนต้องให้ความร่วมมือทำงานก่อสร้างเหมืองฝาย หากไม่ร่วมมือก็จะไม่ได้การปันน้ำ หรือหากมีการขโมยน้ำจะถูกลงโทษปรับไหม ส่วนระบบปันน้ำทำให้เกิดการมอบหมายให้ผู้ดูการแจกจ่ายน้ำเป็น “แก่น้ำ” ซึ่งได้รับการยอมรับนับถือว่ามีความยุติธรรม นอกจากนี้ยังมีประเพณีสืบชะตาบ้านเมือง การบวชให้ต้นน้ำลำธาร ป่าไม้เพื่อให้มีอายุยืนยาว
  2. วิถีชีวิตของชุมชนในภาคเหนือ หนังสือภูมิทัศน์ไทย ของสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปวิถีชีวิตของสังคมไทยในภาคเหนือ ในด้านต่างๆ ให้เป็นภาครวมทั้งภูมิภาคดังนี้จำนวนประชากรใน 8 จังหวัด ของภาคเหนือในปี พ.ศ. 2536 มีรวมทั้งสิ้นประมาณ 6 ล้านคน ประกอบด้วยกลุ่มชนหลายกลุ่มด้วยกัน แต่กลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนมากที่สุด ได้แก่ ประชากรที่อยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ คือ

    กลุ่มที่หนึ่ง กลุ่มไทยวน หรือโยนก กลุ่มนี้อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย แพร่และนาน พูดภาษาคล้ายคลึงกัน และใช้อักษรล้านนาไทย
    กลุ่มที่สอง ได้แก่ ไทเขิน อาศัยอยู่ทางเชียงใหม่ และเชียงราย
    กลุ่มที่สาม ได้แก่ ไทยใหญ่ หรือไทเหนือ อยู่ทางลุ่มแม่น้ำสาละวิน ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และลุ่มน้ำโขงทางเชียงราย
    กลุ่มที่สี่ ได้แก่ ชาวไทยลื้อ ซึ่งอพยพมาจากสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน และเมืองยองในรัฐฉาน ประเทศพม่า กลุ่มไทลื้อส่วนใหญ่จะตั้งถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดน่าน เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ และลำพูน

ในพื้นที่ระดับสูงขึ้นไปจะพบชนกลุ่มน้อย ซึ่งประกอบด้วย กลุ่มคนถิ่นเดิม ได้แก่ กะเหรี่ยง ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณพรมแดนไทย – พม่า บางกลุ่มอพยพเข้ามาทางตอนกลางของภาค ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน นอกจากนี้พวกละว้า หรือลวะ ฉิ่น และขมุ หากพิจารณาในด้านชาติพันธุ์ ชนกลุ่มนี้เป็นพวกตระกูลออสโตรนีเซีย เช่นเดียวกับชนชาติมอญและเขมร อีกกลุ่มหนึ่ง คือ ชาวม้ง ซึ่งอพยพมาจากประเทศจีน

ในพื้นที่ภูเขาสูงปานกลาง จะเป็นที่อยู่อาศัยของชาวมูเซอ และลีซอ ซึ่งมีเชื้อสายทิเบต-พม่า และนิยมตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้แม่น้ำ ส่วนบนพื้นที่ภูเขาระดับสูงกว่า 1,000 เมตรขึ้นไป จะเป็นที่ตั้งของชาวอีก้อ ชาวเขา เหล่านี้อาศัยกระจัดกระจายอยู่บนพื้นที่สูงเกือบทุกจังหวัดในภาคเหนือ สำหรับชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในเขตที่ราบของภาคเหนือ ประกอบด้วยชาวจีน ชาวอินเดียว และชาวยุโรป กลุ่มชนชาวจีนเองปัจจุบันมาถึงรุ่นลูกหลายได้โอนสัญชาติมาเป็นคนไทยเกือบหมด แล้ว ชนกลุ่มน้อยทั้งสามเชื้อชาตินี้ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทางด้านธุรกิจการค้า และบริการ หรืองานด้านอุตสาหกรรม

ชาวไทยในภาคเหนือส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ในกรอบของ วัฒนธรรมท้องถิ่นที่ปัจจุบันเรียกว่า วัฒนธรรม “คนเมือง “ หรือ “คนล้านนา” ตามชื่อของอาณาจักรที่มีการปกครองแบบนครรัฐที่ตั้งขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 โดยพญาเม็งราย และมีศูนย์กลางอยู่ที่เมือง “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” ถึงแม้ว่าอาณาจักรนี้ยังประกอบด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่แยกย่อยออกไป องค์ประกอบที่สำคัญก็ยังมีความคล้ายคลึงกันอยู่มาก โดยเฉพาะเรื่องการดำรงชีวิตแบบเกษตรกร การานับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์และวิญญาณของบรรพบุรุษ ที่เรียกว่า “ผี” ความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา แบบเถรวาท และการแสดงออกของความรู้สึกนึกคิด และอารมณ์โดยผ่านภาษาวรรณกรรม ดนตรี และงานฝีมือ

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s